สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินทรงเป็นประธานเปิดอาคารเคเอกซ์ และทอดพระเนตรนิทรรศการ ณ อาคารเคเอกซ์ หรือ KX (Knowledge Exchange) มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี ถนนกรุงธนบุรี แขวงบางลำภูล่าง เขตคลองสาน

วันที่ ๒๖ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๙ เวลา ๙.๐๐ น. สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินโดยรถยนต์พระที่นั่งจากวังสระปทุม ไปยังอาคารเคเอกซ์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี ถนนกรุงธนบุรี แขวงบางลำภูล่าง เขตคลองสาน กรุงเทพมหานคร ในการนี้ ดร.ทองฉัตร หงศ์ลดารมภ์ นายกสภามหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี รศ.ดร.ศักรินทร์ ภูมิรัตน อธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี และผู้บริหารมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี เฝ้าฯ รับเสด็จ (ผู้แทนสภาการศึกษา และผู้แทนมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี ทูลเกล้าฯ ถวายพวงมาลัยข้อพระกร)

สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารีเสด็จพระราชดำเนินไปยังแท่นทรงกดปุ่มไฟฟ้า
เปิดแพรคลุมป้ายอาคารเคเอกซ์ หรือ KX (Knowledge Exchange)

ในการนี้ผู้แทนมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรีเข้าเฝ้าฯ ทูลเกล้าฯ ถวายของที่ระลึกและสูจิบัตร ดร.ทองฉัตร หงศ์ลดารมภ์ นายกสภามหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี กราบบังคมทูลสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ รศ.ดร.ศักรินทร์ ภูมิรัตน อธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี กราบบังคมทูลรายงานความเป็นมาของอาคารเคเอกซ์

อาคารเคเอกซ์ หรือ KX (Knowledge Exchange) ได้รับการออกแบบให้มีลักษณะสอดประสานเชื่อมโยงกันระหว่างพื้นที่แต่ละส่วน ตามแนวคิด Interlocking in Space เพื่อรองรับหลักการดำเนินงานภายในอาคารที่มุ่งให้เกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ของประชาคมจากภาคอุตสาหกรรมและภาคการศึกษาและภาครัฐ นอกจากนี้ยังมีเป้าหมายเพื่อให้บริการวิชาการกับหน่วยงานภายนอกโดยการนำความรู้และนวัตกรรมของมหาวิทยาลัยไปสู่การใช้ประโยชน์โดยภาคอุตสาหกรรมในลักษณะของภาคีความร่วมมือ เพื่อส่งเสริมขีดความสามารถทางการแข่งขันของภาคอุตสาหกรรมโดยเฉพาะกิจการขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) และเป็นระบบนิเวศ (Eco system) สำหรับการสร้างนวตกิจ (Start ups)

จากนั้นทรงเป็นประธานเปิดการประชุมโต๊ะกลมไทย-สหรัฐฯ ครั้งที่ ๗ ซึ่งพระองค์ทรงเป็นองค์ประธานกิตติมศักดิ์ของโครงการการประชุมโต๊ะกลมไทย-สหรัฐฯ โดยประเทศไทยกับประเทศสหรัฐฯ ตกลงสลับกันเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมเรื่อยมานับตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๕๕๔ การประชุมครั้งนี้นับเป็นครั้งที่ ๗ จัดขึ้นระหว่างที่ ๒๖ ถึง ๒๗ กุมภาพันธ์นี้ สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา ร่วมกับมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี โดยความร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐและเอกชนที่เกี่ยวข้อง ทั้งในระดับผู้ทรงคุณวุฒิ ผู้กำหนดนโยบายการศึกษา และผู้ปฎิบัติในประเทศไทยและต่างประเทศ อาทิ สหรัฐเอมริกา ฟินแลนด์ สหราชอาณาจักร และจีนไต้หวัน จัดการประชุมในหัวข้อ สะเต็มศึกษา : วัฒนธรรมการเรียนรู้สำหรับกำลังคนในศตวรรษที่ ๒๑ เนื่องในโอกาสที่สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงเจริญพระชนมายุ ๕ รอบ ๖๐ พรรษา วันที่ ๒ เมษายน ๒๕๕๘ ทั้งนี้การประชุมจะประกอบด้วยปาฐกถาพิเศษแผนแม่บทความต้องการกำลังคนด้านสะเต็มศึกษาและนโยบายการจัดการศึกษาด้านสะเต็มศึกษาของไทย การขับเคลื่อนนโยบายสะเต็มศึกษาสู่การปฏิบัติของประเทศสหรัฐอเมริกา และการอภิปรายนำเรื่องการพัฒนากำลังคนด้านสะเต็มตั้งแต่ระดับการศึกษาขั้นพื้นฐานจนถึงการศึกษาตลอดชีวิต การประชุมกลุ่มย่อยโดยผู้ทรงคุณวุฒิเพื่อแลกเปลี่ยนมุมมองและปัจจัยแห่งความสำเร็จของสะเต็มศึกษาในแต่ละกลุ่มทั้งในกลุ่มกำลังคนระดับสูง กำลังคนในระดับอาชีวศึกษาและอุดมศึกษาและที่อยู่ในตลาดแรงงาน และกำลังคนในระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน นอกจากนี้ มีการประชุมปฏิบัติการของผู้บริหารสถานศึกษา ครูและอาจารย์ และสถานประกอบการของไทยและต่างประเทศที่มีประสบการณ์ในการส่งเสริมสะเต็มศึกษาสถานศึกษาและสถานประกอบการที่มีอยู่ทั่วประเทศ ทั้งก่อนและภายหลังการจัดประชุม

จากนั้นเสด็จพระราชดำเนินไปทอดพระเนตรนิทรรศการ การพัฒนาการศึกษา มจธ. – KMUTT 3.0 นิทรรศการสะเต็มศึกษาของหน่วยงานด้านการศึกษา และความเป็นมาของอาคารเคเอกซ์

นิทรรศการการพัฒนาการศึกษา มจธ. – KMUTT 3.0
นิทรรศการทางด้านการศึกษา วิวัฒนาการทางการศึกษากับการก้าวเข้าสู่ศตวรรษที่ ๒๑ ซึ่งเป็นโลกดิจิทัล การเชื่อมต่อ และการอุดมศึกษาขนาดใหญ่และหลากหลายที่มีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ซึ่งกันและกันแบบไม่มีข้อจำกัด มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี หรือ มจธ. ได้พัฒนาการศึกษาอยู่ในช่วงที่ ๓ หรือ KMUTT 3.0 ดังนั้นการจัดการศึกษาของ มจธ. จึงต้องมีการปรับเปลี่ยนกระบวนการจัดการเรียนการสอน ซึ่งเดิมเน้นการสอนของอาจารย์แบบบรรยาย ให้เป็นการสร้างการเรียนรู้ของผู้เรียน โดยอาจารย์จะเปลี่ยนบทบาทจากผู้ให้เป็นบทบาทของ “ผู้สร้าง” นวัตกรรมด้านการเรียนการสอนเพื่อให้นักศึกษาได้เรียนรู้

นิทรรศการสะเต็มศึกษา
มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี หรือ มจธ. เป็นหนึ่งในมหาวิทยาลัยทางด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีกลุ่มแรกที่มีระบบการเรียนการสอนที่มีความสอดคล้องกับคำว่า สะเต็มศึกษา หรือ STEM Education: Science, Technology, Engineering, and Mathematics Education

สะเต็มศึกษาของ มจธ. เป็นรูปแบบที่สอดคล้องกับการเรียนในศตวรรษที่ ๒๑ ที่เน้นสิ่งที่จะทำให้นักศึกษามีสมรรถนะต่างๆ ที่เหมาะกับโลกในปัจจุบันเพราะสะเต็มศึกษากลายเป็นทักษะพื้นฐานการเรียนรู้ที่มนุษย์ทุกคนในศตวรรษที่ ๒๑ ต้องมี ดังนั้นการเรียนการสอนจึงไม่ได้เน้นที่หลักวิชาการเพียงอย่างเดียว แต่เป็นการเรียนการสอนที่เน้นให้เกิดสมรรถนะและความสามารถขึ้นกับตัวผู้เรียน มีการบูรณาการความรู้ข้ามรายวิชา หลอมรวมระหว่างการเรียนในห้องเรียนกับชีวิตจริง สอนให้นักศึกษารู้จักการคิดแบบองค์รวม วิเคราะห์ สังเคราะห์และเชื่อมโยงให้เป็น โดยตั้งแต่อดีตตลอดมา มจธ. ปลูกฝังทักษะพื้นฐานในการเรียนรู้ให้นักศึกษามาโดยตลอดด้วยการคิดและลงมือทำจึงจะเกิดนวัตกรรมและนั่นคือสะเต็มศึกษา ซึ่งเป็นพื้นฐานของการเรียนรู้ที่ไม่ได้สอนให้คิดเป็นเท่านั้น แต่ต้องใช้ให้เป็นด้วย มีการวัดประเมินผลจากสมรรถนะที่เกิดขึ้นกับตัวนักศึกษา ผลลัพธ์ที่แท้จริงไม่ใช่การที่นักศึกษาเรียนจบไปแล้วจำอะไรได้บ้าง แต่นักศึกษาเรียนจบออกไปแล้วสามารถทำอะไรได้ เพื่อให้มหาวิทยาลัยเป็นแหล่งผลิตกำลังคนที่สามารถออกไปช่วยพัฒนาประเทศได้จริง เพราะโลกปัจจุบันเป็นโลกของวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ถ้ามหาวิทยาลัยสามารถสร้างคนที่เข้าใจและสามารถนำความรู้ทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีที่เรียนมานั้นมาแก้โจทย์ปัญหาที่เกิดขึ้นในชีวิตจริงได้ก็มีโอกาสที่ประเทศจะก้าวพ้นจากการติดกับดักประเทศรายได้ปานกลาง (Middle Income Trap)

ตัวอย่างโครงการของ มจธ. ที่สอดคล้องกับสะเต็มศึกษา อาทิ การทำงานร่วมกับโครงการตามพระราชดำริสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ด้านการส่งเสริมการเรียนรู้และพัฒนานักเรียนภายใต้แผนพัฒนาเด็กและเยาวชนในถิ่นทุรกันดาร นำองค์ความรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีไปพัฒนาชาวบ้านในพื้นที่ห่างไกลให้สามารถพึ่งพาตนเองได้ตามบริบทของพื้นที่ โครงการจัดการศึกษาเชิงบูรณาการกับการทำงาน หรือ WiL นักศึกษาจะได้นำความรู้ที่เรียนมาประยุกต์ใช้แก้ปัญหาจริงในโรงงานของภาคอุตสาหกรรม จะแสดงให้เห็นถึงสมรรถนะในการแก้ไขปัญหาของผู้เรียนได้อย่างชัดเจน โครงการทักษะวิศวกรรมเคมีแบบบูรณาการ หรือ C-ChEP (ซี-เชฟ) และโครงการทักษะวิศวกรรมเยื่อและกระดาษแบบบูรณาการ หรือ C-Paper (ซี-เปเปอร์) เพื่อยกระดับพนักงานระดับ ปวส. ในอุตสาหกรรมดังกล่าวมีทักษะความรู้และมาตรฐานทางด้านวิศวกรรม โครงการห้องเรียนวิศว์-วิทย์ ที่มีเป้าหมายการเรียนการสอนเพื่อพัฒนานักเรียนระดับมัธยมศึกษาให้เป็นวิศวกรในเชิงสมรรถนะไม่ใช่วิชาการ สอนให้เด็กเห็นภาพวิวัฒนาการของเทคโนโลยี จะทำให้เด็กเห็นภาพและเชื่อมโยงองค์ความรู้ทุกเรื่องทุกอย่างเข้าด้วยกันได้ การเรียนการสอนแบบ Residential College ของมจธ. ราชบุรี การเรียนการสอนบูรณาการใน ๓ รูปแบบ ได้แก่ การเรียนการสอนในห้องเรียน การเรียนการสอนนอกห้องเรียน และทักษะชีวิตและสังคมในมหาวิทยาลัย

This image has an empty alt attribute; its file name is IMG_3786-683x1024.jpg
อาคารเคเอกซ์ หรือ KX
(Knowledge Exchange)

นิทรรศการความเป็นมาของอาคารเคเอกซ์
อาคารเคเอกซ์ มีความสูง ๒๐ ชั้น พื้นที่ใช้สอยรวม ๒๐,๐๐๐ ตารางเมตรโดยประมาณ ภายในอาคารเป็นสถานที่ทำงานพบปะและจัดกิจกรรมต่างๆ เพื่อให้เกิดการแลกเปลี่ยนความรู้ของหน่วยงาน ๕ กลุ่ม ได้แก่ ภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคอุตสาหกรรม ภาคการศึกษา และสถาบันการเงิน ซึ่งอาคารถูกออกแบบให้มีความเป็นระบบนิเวศ (Eco system) ที่เอื้อต่อการสร้างนวตกิจ (Start ups) และการแลกเปลี่ยนความรู้ อาทิ พื้นที่เพื่อกระตุ้นแนวคิดด้านดีไซน์ พื้นที่ทำงานของภาคธุรกิจที่เข้ามาเป็นสมาชิก พื้นที่ห้องประชุมสัมมนา พื้นที่จัดแสดงสินค้า ชิ้นงาน งานวิจัยและนวัตกรรมใหม่ๆ พื้นที่ของสถาบันอุดมศึกษาที่เป็นภาคีเครือข่าย
ที่สำคัญมีการออกแบบกิจกรรมต่างๆ เพื่อนำไปสู่เป้าหมายสุดท้ายคือเพื่อนำความรู้วิทยาศาสตร์เทคโนโลยีช่วยเหลือภาคธุรกิจอุตสาหกรรมของประเทศให้มีขีดความสามารถในการแข่งขันเพิ่มมากขึ้น อาทิ การให้คำปรึกษาและพัฒนาอุตสาหกรรมร่วมกัน ระหว่างมหาวิทยาลัยกับภาคอุตสาหกรรม ๔ กลุ่มหลัก ได้แก่ กลุ่มอาหาร กลุ่มยานยนต์ กลุ่มไฟฟ้าอิเล็กทรอนิกส์ และกลุ่มการแพทย์
นอกจากนี้ยังผลักดันให้มีการนำผลงานวิจัยและนวัตกรรมใหม่ๆ มาพัฒนาต่อยอดในเชิงพาณิชย์เพื่อให้เกิดผู้ประกอบการรุ่นใหม่ในธุรกิจที่มีศักยภาพในการสร้างรายได้สูง รวมถึงสร้างบุคคลที่มีความเป็น X maker ในธุรกิจที่มีอิมแพคต่อรายได้ของประเทศ โดยมหาวิทยาลัยมีเครื่องมือและความรู้พร้อมให้คำปรึกษาและรองรับผู้ที่ต้องการพัฒนาธุรกิจอย่างเต็มประสิทธิภาพ

จากนั้นเสด็จพระราชดำเนินไปทอดพระเนตรกิจรรมการพัฒนาศักยภาพด้านการออกแบบ หลักสูตรความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรีและบริษัท Jacob Jensen Design Studio (JJD) ประเทศเดนมาร์ก ที่เน้นด้านการ “design thinking” ให้กับนักศึกษา และ SMEs ผ่านกระบวนการทำงานโครงการออกแบบ Work-integrated Learning (WiL) รูปแบบการเรียนรู้ผ่านประสบการณ์และความชำนาญในวิชาชีพการออกแบบที่ประสบความสำเร็จจาก บริษัท Jacob Jensen Design Studio ซึ่งเป็นองค์กรชั้นนำด้านการออกแบบผลิตภัณฑ์จากประเทศเดนมาร์ก มีผลงานการออกแบบที่มีชื่อเสียงกว่า ๕๐ ปี

จากนั้นเสด็จพระราชดำเนินไปประทับรถยนต์พระที่นั่ง เสด็จพระราชดำเนินกลับ